หลักการและเหตุผล

         การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากโลกาภิวัตน์ในทศวรรษที่ผ่านมาส่งผลกระทบในวงกว้างต่อคนทั้งโลก ในรูปแบบการดำเนินชีวิต องค์การสหประชาชาติ หรือ UN (United Nations) จึงได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน จำนวน 17 เป้าหมาย เพื่อให้รัฐบาลแต่ละประเทศใช้เป็นหมุดหมายร่วมกันในการขับเคลื่อน และผลักดันผ่านการจัดทำเป็นแผนพัฒนาประเทศไทยระยะ 20 ปี ที่ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนจะใช้เป็นทิศทางในการดำเนินกิจกรรมของตน ด้วยความสำคัญดังกล่าว รัฐบาลจึงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยแนวคิด BCG Model มาใช้ในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจส่งเสริมตั้งแต่รากแก้ว ได้แก่ ชุมชน และผู้ประกอบการายย่อย ซึ่งแนวคิดนี้ประกอบด้วย Biodiversity economy การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานชีวภาพที่หลากหลาย โดยการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลายมาสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านแนวคิดการสร้างสรรค์ Circular economy การรู้จักนำของเสีย หรือขยะกลับมาใช้ใหม่ผ่านนวัตกรรมองค์ความรู้ และ Green economy เกิดจากการผลักดันสองแนวคิดแรก บนฐานการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี สิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืนต่อไป
    สถาบันการศึกษาจึงเป็นกลไกหนึ่งที่มีส่วนช่วยในการสร้าง และพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ เพื่อหนุนเสริมแนวคิดที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นการค้นคว้าวิจัย เพื่อสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมพร้อมใช้ ที่ตอบโจทย์เป้าหมายของรัฐบาล ภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร และที่สำคัญ สามารถให้ชุมชน และภาคเอกชนรายย่อยเข้าถึงองค์ความรู้พร้อมใช้ต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งหมายถึงการที่นักวิชาการ นักวิจัย และตลอดจนนักศึกษา จำเป็นต้องมีการทำงานร่วมกับภาคประชาชน และชุมชนมากขึ้นเพื่อให้เกิดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่แม่นยำ สามารถใช้งานได้อย่างแท้จริงโดยชุมชน
         ดังนั้น สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย จึงได้จัดการประชุมวิชาการระดับชาติ ราชภัฏเลยวิชาการ ครั้งที่ 8 ประจำปี 2565 ขึ้น ภายใต้ชื่อ “การวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่นด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” หรือ Research for Community Development through BCG Model for Sustainable Development Goal (SDG) Conference 2022 ขึ้น เพื่อเป็นเวทีในการนำเสนอผลงานวิชาการโดยแบ่งกลุ่มนำเสนอผลงานออกเป็น 5 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มมนุษยศาสตร์/สังคมศาสตร์ 2) กลุ่มครุศาสตร์ 3) กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4) กลุ่มบริหารธุรกิจ บริการ และการท่องเที่ยว และ 5) กลุ่มวิศวกรรม และอุตสาหกรรม โดยรูปแบบการนำเสนอผลงาน แบ่งเป็น ภาคบรรยาย (Oral Presentation) และภาคโปสเตอร์ (Poster Presentation) ซึ่งผู้นำเสนอผลงานและผู้เข้าร่วมประชุม จะได้ใช้เวทีนี้ในการแลกเปลี่ยนความรู้และต่อยอดงานวิจัยเพื่อประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมต่อไป

วัตถุประสงค์ของโครงการ

1. เพื่อเป็นเวทีในการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการของอาจารย์ นักวิจัย นิสิต นักศึกษาในระดับอุดมศึกษาภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ
2. เพื่อเป็นการสนับสนุนการบูรณาการผลงานวิจัยไปสู่การสร้างนวัตกรรมและการพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติ
3. เพื่อให้อาจารย์ นักวิจัย นิสิต นักศึกษาในระดับอุดมศึกษาทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างเครือข่ายทางวิชาการ

สถานที่จัดประชุมวิชาการ

รูปแบบ Teleconference ผ่านระบบ Zoom Meeting และ Google Meet

รูปแบบการประชุม

1. การบรรยายพิเศษ
2. การนำเสนอผลงานวิชาการภาคบรรยาย (Oral Presentation)
3. การนำเสนอผลงานวิชาการภาคโปสเตอร์ (Poster Presentation)
4. การคัดเลือกบทความดีเด่น (Best paper)
5. การจัดทำรายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการระดับชาติ (Proceedings)

ลักษณะของผลงานและการแบ่งกลุ่มงานที่จะนำเสนอ

การนำเสนอผลงานวิชาการมี 2 รูปแบบ
   1. การนำเสนอผลงานในรูปแบบบรรยาย (Oral Presentation) ใช้เวลาในการนำเสนอ เรื่องละไม่เกิน 20 นาที (รวมซักถาม 5 นาที) รูปแบบการจัดทำบทความฉบับเต็ม (Full Paper) สามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://conference.lru.ac.th/
   2. การนำเสนอผลงานวิจัยในรูปแบบโปสเตอร์ (Poster Presentation) กว้าง 80 ซม. X สูง 120 ซม. โดยจัดทำโปสเตอร์ตามรูปแบบที่กำหนดและอัดคลิปวิดีโอนำเสนอความยาวไม่เกิน 15 นาที โดยสามารถดาวน์โหลด template ของโปสเตอร์ได้ที่ https://conference.lru.ac.th/
การจัดทำโปสเตอร์ประกอบด้วยหัวข้อต่อไปนี้
   1) ชื่อเรื่อง ภาษาไทย (จัดให้อยู่กึ่งกลางหน้ากระดาษ)
   2) ชื่อผู้วิจัย ภาษาไทย (จัดให้อยู่กึ่งกลางหน้ากระดาษ)
   3) บทนำ
   4) วัตถุประสงค์
   5) วิธีดำเนินการวิจัย
   6) ผลการวิจัย
   7) ข้อเสนอแนะ
   8) เอกสารอ้างอิง (เฉพาะที่อ้างอิงในโปสเตอร์นี้)
* โดยผลงานวิชาการข้างต้นจะต้อง
   1. เป็นผลงานใหม่ที่ยังไม่เคยเผยแพร่ที่ใดมาก่อน
   2. มีหัวข้อเกี่ยวข้องกับสาขาวิชาต่าง ๆ ดังนี้
         1) กลุ่มมนุษยศาสตร์/สังคมศาสตร์
         2) กลุ่มครุศาสตร์
         3) กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
         4) กลุ่มบริหารธุรกิจ การบริการ และการท่องเที่ยว
         5) กลุ่มวิศวกรรม และอุตสาหกรรม
การเตรียมบทความวิจัย/วิทยานิพนธ์ ความยาวไม่เกิน 7-12 หน้า ชนิดอักษร TH Saraban New หรือ TH Saraban PSK โดยใช้ขนาดตัวอักษร 14 ปกติ ประกอบหัวข้อ (1) ชื่อเรื่องภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (2) ชื่อผู้เขียน (3) บทคัดย่อภาษาไทยและคำสำคัญ (4) บทคัดย่อภาษาอังกฤษ (Abstract) และ Keywords (5) ความเป็นมาของปัญหา (6) วัตถุประสงค์ของการวิจัย (7) วิธีดําเนินการวิจัย (8) ผลการวิจัย (9) อภิปรายผล (10) สรุปผลการวิจัย (11) ข้อเสนอแนะ (12) เอกสารอ้างอิง (เฉพาะที่อ้างอิงในวารสารนี้)
การเตรียมบทความวิชาการ ความยาวไม่เกิน 7-12 หน้า ชนิดอักษร TH Saraban New หรือ TH SarabanPSK โดยใช้ขนาดตัวอักษร 14 ปกติ ประกอบหัวข้อ (1) ชื่อเรื่อง ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (2)ชื่อผู้เขียน (3) บทคัดย่อภาษาไทยและคำสำคัญ (4) บทคัดย่อภาษาอังกฤษ (Abstract) และ Keywords (5) บทนำ (6) เนื้อหา (7) บทสรุป (8) เอกสารอ้างอิง (เฉพาะที่อ้างอิงในวารสารนี้)

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1. มีการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการของอาจารย์ นักวิจัย นิสิต นักศึกษาในระดับอุดมศึกษาจากภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย และบุคลากรจากหน่วยงานต่างๆ
2. ผลงานวิจัยและผลงานทางวิชาการในรูปแบบต่างๆ ได้รับการถ่ายทอด และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสามารถนำไปต่อยอดทั้งในเชิงวิชาการ และการนำไปใช้ประโยชน์ต่อชุมชน และสังคม
3. อาจารย์ นักวิจัย นิสิต นักศึกษาในระดับอุดมศึกษาจากภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย และบุคลากรจากหน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลงานทางวิชาการ
4. เกิดเครือข่ายนักวิจัยในระดับชาติ

แผนการดำเนินงาน

กิจกรรม กำหนดเวลา หมายเหตุ
Call for Paper ปัจจุบัน - 21 มกราคม 2565
วันสุดท้ายของการชำระค่าลงทะเบียน ปัจจุบัน - 21 มกราคม 2565
ประกาศผลพิจารณา 11 กุมภาพันธ์ 2565
ปิดรับผลงานฉบับแก้ไข 25 กุมภาพันธ์ 2565
ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ปัจจุบัน - 25 กุมภาพันธ์ 2565
ประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมงานทั้งหมด 18 มีนาคม 2565
นำเสนอผลงาน 25 มีนาคม 2565
เผยแพร่ Proceeding เมษายน 2565

การจัดเตรียมบทความฉบับเต็ม (Full Paper)

1. การส่งต้นฉบับ ผู้นำเสนอจะต้องส่งต้นฉบับแบบพิมพ์ในรูปแบบของอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์นามสกุล “.doc” (MS Word) และ “.pdf” (PDF) ทางเว็บไซต์ https://conference.lru.ac.th/ ดังต่อไปนี้
         1.1 ไฟล์บทความฉบับเต็ม (MS Word)
         1.2 ไฟล์บทความฉบับเต็มที่ไม่ระบุชื่อสกุลและหน่วยงานที่สังกัดของผู้แต่ง (PDF) (เพื่อส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความ)
2. ผู้นำเสนอผลงาน สามารถดาวน์โหลดรูปแบบการจัดทำบทความฉบับเต็ม (Full Paper) ได้ที่ https://conference.lru.ac.th/

การพิจารณาผลงาน

1. พิจารณาการเลือกกลุ่มการนำเสนอผลงานและประเภทของการนำเสนอผลงาน
2. พิจารณาผลงานโดยผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 2 ท่าน และประเมินบทความตามเกณฑ์และแบบฟอร์มที่กำหนด
3. พิจารณาคัดเลือกผลงานวิจัยที่จะนำเสนอในการประชุม และที่จะรวบรวมเป็นรายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการระดับชาติ Proceedings
4.พิจารณามอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกบทความระดับดีเด่น โดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมประเมินผลงานที่นำเสนอทั้งภาคบรรยาย (Oral Presentation) และภาคโปสเตอร์ (Poster Presentation)

การตีพิมพ์รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการระดับชาติ (Proceedings) และเกียรติบัตร

1. ผลงานที่ตีพิมพ์ในรายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการระดับชาติ ทุกผลงานจะต้องผ่านกระบวนการร่วมนำเสนอในงานประชุมวิชาการ หากผู้นำเสนอผลงานไม่ส่งคลิปนำเสนอและไม่เข้าร่วมกระบวนการในการนำเสนอผลงาน บทความของท่านจะไม่ได้รับการตีพิมพ์ในรายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการในครั้งนี้
2. บทความที่ตีพิมพ์ในรายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการระดับชาติ (Proceeding) ทางผู้จัดการประชุมจะดำเนินการขอรหัสตัวระบุวัถตุดิจิตอล (DOI) ทุกบทความ หากเจ้าของบทความไม่ประสงค์ให้มีเลขที่ DOI ให้แจ้งมายังผู้จัดการประชุม
3. สำหรับผู้เข้าร่วมการนำเสนอผลงานทุกท่านจะได้รับเกียรติบัตรการนำเสนอผลงาน ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ผ่านทาง https://conference.lru.ac.th/ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 เป็นต้นไป

วิธีการชำระเงิน

1. ชำระค่าลงทะเบียนบทความละ 2000 บาท ต่อ 1 ผลงาน ผ่านธนาคาร เข้าบัญชีออมทรัพย์ชื่อบัญชี “วารสารวิจัยและพัฒนา ม.ราชภัฏเลย” เลขที่บัญชี 981-2-85863-6 ธนาคารกรุงไทย สาขาเลย
2. แนบหลักฐานการชำระเงินผ่านทางเว็บไซต์